CP Leadership Institute
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับเรา

    เกี่ยวกับเรา

    สถาบันพัฒนาผู้นำระดับโลกที่ประสบความสำเร็จในการสร้างผู้นำต้องการสร้างรากฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโต อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

    ติดต่อเรา
    • ภาพรวมธุรกิจ
    • รางวัลและความภาคภูมิใจ
    • การกำกับดูแลกิจการ
      • โครงสร้างและกฎบัตร
      • หลักการ นโยบาย และผลการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการ
      • จรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายและแนวปฏิบัติระดับเครือ
      • การบริหารความเสี่ยง
      • การกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์
      • การร้องเรียนและแจ้งเบาะแส
      • ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    เกี่ยวกับเรา
    “ผู้นำ” ที่ต้องการ “สร้างผู้นำ”
  • หลักสูตร

    หลักสูตร

    เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงได้มีการผนวกค่านิยมองค์กร เข้าไปในการสรรหาบุคลากรของเครือฯ เพื่อเฟ้นหา คนเก่ง และคนดีที่พร้อมร่วมเติบโตไปกับองค์กรอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสรรหาคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

    ติดต่อเรา
    • ภาพรวมหลักสูตร
    • หลักสูตรพัฒนาผู้นำเพื่ออนาคต เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เถ้าแก่น้อย)
    • หลักสูตรพัฒนาผู้นำที่มีศักยภาพ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เถ้าแก่เล็ก)
    • หลักสูตรพัฒนาผู้นำระดับปฏิบัติการธุรกิจ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เถ้าแก่กลาง)
    • หลักสูตรพัฒนาผู้นำระดับยุทธศาสตร์ธุรกิจ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เถ้าแก่ใหญ่)
    หลักสูตร
    การสรรหาและดึงดูด “คนดี คนเก่งทั่วโลก”
  • อาคารสถานที่

    อาคารสถานที่

    สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกสถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ให้บริการพื้นที่สำหรับการจัดการประชุมและสัมมนาขนาดใหญ่ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่พร้อมให้บริการ

    ติดต่อเรา
    • ภาพรวมอาคารสถานที่
    • ห้องประชุมและสัมมนา
      • ห้องประชุมออดิทอเรียม
      • ห้องประชุมมัลติเพอร์เพิส 1
      • ห้องประชุมมัลติเพอร์เพิส 2
      • ห้องประชุมแอมฟิเธียเตอร์
      • ห้องประชุมคลาสรูม
      • ห้องประชุมทีมรูม
    • ห้องพัก
      • ห้องพักสแตนดาร์ด
      • ห้องพักดีลักซ์
      • ห้องพักเอ็กเซ็คคูทีฟ สวีท
      • ห้องพักสำหรับผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ
    • อาหารและเครื่องดื่ม
      • ลีดเดอร์ชิพ เลานจ์
      • ห้องอาหารไดนิ่ง ฮอลล์
    • สิ่งอำนวยความสะดวก
      • ห้องรีเฟรชเม้นต์
      • ห้องบริการซัก-อบผ้าด้วยตนเอง
      • ห้องพยาบาล
      • ห้องพระ
      • ห้องละหมาด
    • อาคารกีฬา
      • อาคารกีฬา ชั้น 1
      • อาคารกีฬา ชั้น 2
    • ห้องแสดงงานศิลปะ
      • ภาพรวมห้องแสดงงานศิลปะ
      • พระบรมสาทิสลักษณ์และพระราชกรณียกิจ รัชกาลที่ 10
      • พระบรมสาทิสลักษณ์และพระราชกรณียกิจ รัชกาลที่ 9
      • ดอยแม่สลองนอก
      • ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว
      • ความอุดมสมบูรณ์
      • ชีวิต
      • ป่าเขาใหญ่
      • ช่วงเวลาสุนทรีย ๙.๕๙ น. ถึง ๑๖.๕๙ น. ณ กรุงรัตนโกสินทร์ ยุค ๒๕๖๓/๒๐๒๐
      • พระโพธิสัตว์ พุทธเกษตร - แดนมิตรภาพ
      • ผาหลวง - ผาเวียง
      • พระที่นั่งเวหาสน์จำรูญ
      • ภาพร่าง จิตรกรรม ต้นแบบ ช่วงเวลาสุนทรีย ๙.๕๙ น. ถึง ๑๖.๕๙ น. ณ กรุงรัตนโกสินทร์ ยุค ๒๕๖๓/๒๐๒๐
      • กัลปพฤกษ์สิริมงคล
      • รื่นเริงและเสรี
      • สีสันพรรณพฤกษ์
    อาคารสถานที่
    ผู้ให้บริการครบวงจร ด้านการจัดงานประชุมและสัมมนา
  • การพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • ข่าวสารและกิจกรรม
  • ติดต่อเรา
TH EN TH CN
ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  1. หน้าหลัก
  2. เกี่ยวกับเรา
    เกี่ยวกับเรา หลักสูตร อาคารสถานที่ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ข่าวสารและกิจกรรม ติดต่อเรา
  3. การกำกับดูแลกิจการ
    ภาพรวมธุรกิจ รางวัลและความภาคภูมิใจ การกำกับดูแลกิจการ
  4. ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    โครงสร้างและกฎบัตร หลักการ นโยบาย และผลการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายและแนวปฏิบัติระดับเครือ การบริหารความเสี่ยง การกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ การร้องเรียนและแจ้งเบาะแส ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด สำหรับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้าอบรม ผู้เข้าร่วมสัมมนา ล่าม และวิทยากร

1. บททั่วไป

เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง และให้หมายความรวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ในอนาคต (“กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (“บริษัทฯ”) จึงจัดทำประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้าอบรม ผู้เข้าร่วมสัมมนา ล่าม และวิทยากร (“ประกาศฯ”) ฉบับนี้ขึ้น เพื่ออธิบายให้ท่านทราบถึงวิธีการที่บริษัทฯ ปฏิบัติต่อข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของท่าน หรืออาจจะระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) เช่น วิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือ การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าด้วยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม อาทิ การบันทึก การจัดระบบ การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยนหรือการดัดแปลง การเรียกคืน การส่ง โอน การเผยแพร่หรือการทำให้สามารถเข้าถึงหรือพร้อมใช้งานโดยวิธีใด ๆ การจัดเรียง การนำมารวมกัน การจำกัดหรือการห้ามเข้าถึง การลบหรือการทำลาย (“ประมวลผล”) และเพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์ในการประมวลผล ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจถึงข้อกำหนดต่าง ๆ ภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

2. กลุ่มหรือประเภทของบุคคลที่บริษัทฯ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้ กลุ่มหรือประเภทของบุคคลที่บริษัทฯ ทำการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประกอบด้วย

2.1 ผู้เข้าอบรม/ผู้เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งหมายถึง บุคคลซึ่งเป็นพนักงานหรือบุคลากรของบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ รวมถึงบุคคลอื่นใดที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรมหรือสัมมนาที่บริษัทฯ จัดขึ้น และ/หรือลงทะเบียนจองห้องพักกับบริษัทฯ

2.2 วิทยากร ซึ่งหมายถึง บุคคลที่ได้รับเชิญหรือได้รับการว่าจ้างจากบริษัทฯ เพื่อเป็นผู้บรรยาย วิทยากร ผู้ถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ ให้แก่ผู้เข้าอบรม/ผู้เข้าร่วมสัมมนา ในงานอบรมหรืองานสัมมนาที่บริษัทฯ จัดขึ้น

2.3 ล่าม ซึ่งหมายถึง บุคคลที่ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทฯ ให้เป็นล่ามแปลภาษาในงานอบรมหรืองานสัมมนาที่บริษัทฯ จัดขึ้น

3. วิธีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3.1 บริษัทฯ เก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

(ก) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ โดยตรง ท่านอาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทฯ โดยตรง เช่น

  • เมื่อท่านติดต่อกับบริษัทฯ ผ่านทางช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะในรูปแบบลายลักษณ์อักษรหรือวาจา เช่น ทางโทรศัพท์ อีเมล ไปรษณีย์ โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบทางอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของบริษัทฯ การพบปะกันโดยตรง หรือโดยวิธีการอื่นใด
  • เมื่อท่านเข้ามาติดต่อ ณ สถานประกอบการของบริษัทฯ
  • เมื่อท่านเข้าเสนอราคาให้แก่บริษัทฯ หรือเมื่อท่านเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ
  • เมื่อท่านส่งมอบเอกสารและสำเนาเอกสารต่าง ๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏอยู่มาให้กับบริษัทฯ

(ข) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอัตโนมัติผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน

(ค) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับมาจากแหล่งอื่นหรือบุคคลภายนอก บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากแหล่งอื่นหรือบุคคลภายนอก เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางผู้ติดต่อประสานงานของท่าน หรือบริษัทในกลุ่มหรือบริษัทในเครือของบริษัทฯ นอกจากนี้ ในบางกรณีบริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของท่าน หรือแหล่งข้อมูลทางการค้า เป็นต้น ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเองหรือได้ให้ความยินยอมแก่ผู้ใดในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังกล่าว

3.2 ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านจะได้รับการแจ้งถึงรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่ระบุในประกาศฯ ฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และหรือ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

3.3 ในกรณีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิมในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ดี ภายหลังจากที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ หากท่านไม่ประสงค์ให้บริษัทฯ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวและเป็นกรณีที่บริษัทฯ อาศัยฐานความยินยอม ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อขอยกเลิกความยินยอม ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในข้อ 9 ของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำขอยกเลิกความยินยอมของท่านและดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

4. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกเก็บรวบรวมและประมวลผลภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ โดยตรง หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับมาจากบุคคลภายนอก ได้แก่

4.1 ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ เพศ สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง รูปถ่าย ลายมือชื่อ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน รหัสประจำตัวสำหรับผู้เข้าอบรม/ผู้เข้าร่วมสัมมนา หมายเลขบัตรเครดิต ทะเบียนรถและข้อมูลเกี่ยวกับรถ (เช่น ประเภท ยี่ห้อ และสีรถ) เป็นต้น

4.2 ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน อีเมล Line ID WeChat ID เป็นต้น

4.3 ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่ตนสังกัด เช่น ชื่อบริษัท หน่วยงาน หรือองค์กรที่สังกัด ชื่อตำแหน่ง รหัสพนักงาน ที่อยู่บริษัท ข้อมูลติดต่อของบริษัทที่ตนสังกัด เป็นต้น

4.4 ข้อมูลที่ใช้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมงานอบรม งานสัมมนา การลงทะเบียนเข้าพัก หรือใช้ในการติดต่อทำธุรกรรมต่าง ๆ กับบริษัทฯ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาเอกสารการตรวจลงตรา (Visa) สำเนาหนังสืออนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย (Work Permit) สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร สำเนาใบอนุญาตขับขี่ ข้อมูลบัญชีธนาคาร สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร สำเนาหนังสือมอบอำนาจ สำเนาหนังสือรับรองบริษัท สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญรับเงิน เป็นต้น

4.5 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ (เช่น ข้อมูลการแพ้อาหาร ข้อมูลการแพ้ยา โรคประจำตัว) ภาพสแกนใบหน้า (Face Scan / Face Recognition) ความพิการ และหรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด เป็นต้น

4.6 ข้อมูลด้านเทคนิค เช่น ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) และข้อมูลที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน เป็นต้น

4.7 ข้อมูลอื่น ๆ เช่น ความชอบส่วนบุคคล (guest preference) พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน (หากมี) หมายเลขห้องพัก ผลการประเมินการเข้าร่วมอบรม/สัมมนา บันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงจากอุปกรณ์ถ่ายภาพหรือวิดีโอ หรือจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นต้น

5. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

5.1 บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้ (รวมกันเรียกว่า “วัตถุประสงค์ที่กำหนด”):

ลำดับ วัตถุประสงค์ที่กำหนด ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
(ก) เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรมหรือสัมมนา ตลอดจนการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ หรือการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นสำหรับการจัดการอบรมหรือการจัดสัมมนา
  • ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการจำเป็นเพื่อการจัดอบรมหรือสัมมนาให้แก่ท่าน รวมถึงการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่ท่านตลอดที่ท่านเข้าร่วมการอบรมหรือสัมมนากับบริษัทฯ
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ในการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นสำหรับการจัดการอบรมหรือการจัดสัมมนา เช่น การบันทึกภาพ เสียงหรือภาพเคลื่อนไหวในระหว่างที่ท่านเข้าร่วมการอบรมหรือสัมมนา การรวบรวม จัดทำ เผยแพร่และพัฒนาสื่อองค์ความรู้ การออกแบบหลักสูตร การจัดทำบัตรประจำตัวหรือป้ายชื่อสำหรับการเข้าร่วมอบรมหรือสัมมนา การสร้างบัญชีหรือรหัสประจำตัวเพื่อการเข้าถึงระบบต่าง ๆ ของบริษัทฯ การติดตามและประเมินผลการเข้าอบรมหรือสัมมนา การจัดทำทำเนียบผู้เข้าอบรม การจัดทำเอกสารทางบัญชี การทำประกันภัย เป็นต้น
  • ฐานความยินยอม: ในกรณีที่บริษัทฯ มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเกี่ยวกับเชื้อชาติ หรือสังกัดพรรคการเมือง (สำหรับผู้เข้าอบรม หรือผู้เข้าร่วมสัมมนาบางกลุ่ม) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการจัดกลุ่ม คัดกรองกิจกรรม และหน้าที่ความรับผิดชอบ บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้งที่ได้รับจากท่าน
(ข) เพื่อวัตถุประสงค์ในการสำรองห้องพัก หรือการลงทะเบียนเข้าพัก การลงทะเบียนออกจากที่พัก การอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในระหว่างการเข้าพัก ตลอดจนการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นเกี่ยวกับการเข้าพัก
  • ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการจำเป็นเพื่อการสำรองห้องพัก การลงทะเบียนเข้าพัก การลงทะเบียนออกจากที่พัก การจัดเตรียมห้องพัก การติดตามสิ่งของคืนที่ท่านใช้ในระหว่างการเข้าพัก การเตรียมการให้บริการหรืออำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่ท่านในระหว่างการเข้าพัก
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ในการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นเกี่ยวกับการเข้าพัก เช่น การทำเอกสารทางบัญชี การจัดหารถรับส่ง การติดต่อผู้ที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน การทำรายงานการเข้าพัก รายงานการออกจากที่พัก รายงานรายชื่อผู้เข้าพัก หรือเพื่อเป็นข้อมูลในการเตรียมงานประจำวันหรือในกรณีเกิดภาวะฉุกเฉิน เป็นต้น
  • ฐานความยินยอม: ในกรณีที่บริษัทฯ มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพของท่าน (เช่น ประวัติการแพ้ยา การแพ้อาหาร โรคประจำตัว) เพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ ที่จำเป็น อาทิ เพื่อการดูแลและรักษาความปลอดภัยให้แก่ท่านในระหว่างการเข้าพักหรือการเข้าร่วมอบรมหรือสัมมนา เพื่อเฝ้าระวังสวัสดิภาพของท่านเป็นพิเศษ เพื่อการจัดเตรียมอาหารให้ตรงตามความต้องการของท่าน เพื่อการพิจารณาจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้เหมาะสมแก่ท่าน บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้งที่ได้รับจากท่าน เว้นแต่จะเป็นกรณีที่บริษัทฯ อาจอาศัยข้อยกเว้นตามกฎหมายได้ เช่น เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
(ค) เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้เข้าอบรม ผู้เข้าร่วมสัมมนา วิทยากร หรือล่าม
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบยืนยันตัวตนของท่าน ก่อนการดำเนินกิจกรรมหรือธุรกรรมใด ๆ กับบริษัทฯ อาทิ การลงทะเบียนเพื่อสำรองห้องพักในระหว่างการเข้าอบรมหรือสัมมนา หรือการยืนยันตัวตนก่อนเข้าพัก การอนุญาตให้เข้าพื้นที่ของบริษัทฯ การยืนยันตัวตนก่อนการทำสัญญากับบริษัทฯ เป็นต้น
  • ฐานความยินยอม: ในกรณีที่บริษัทฯ มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวที่ปรากฏอยู่บนสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน อาทิ ศาสนาและหรือหมู่โลหิต ในขั้นตอนการตรวจสอบยืนยันตัวตน โดยไม่อาจปิดทับ ขีดคาด หรือหลีกเลี่ยงการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวได้ บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้งที่ได้รับจากท่าน
(ง) เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการเข้าทำสัญญา หรือเพื่อการปฏิบัติตามสัญญากับวิทยากรหรือล่าม ตลอดจนการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่วิทยากรหรือล่าม หรือเพื่อการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นสำหรับการจัดการอบรมหรือการจัดสัมมนา
  • ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะที่ท่านเป็นวิทยากรหรือล่าม เป็นการจำเป็นเพื่อการเข้าทำสัญญา หรือเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา เช่น เพื่อการพิจารณารับเข้าทำงาน เพื่อการทำสัญญาจ้าง เพื่อการจ่ายค่าตอบแทนหรือค่าบริการตามสัญญา เพื่อการประเมินทักษะหรือความสามารถในการทำงาน เพื่อการเรียนเชิญเข้าร่วมเป็นวิทยากร ตลอดจนการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่ท่านตลอดที่ท่านเข้าร่วมเป็นวิทยากรหรือล่ามในงานอบรมหรือสัมมนาของบริษัทฯ
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะวิทยากรหรือล่าม เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ในการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นสำหรับการจัดการอบรมหรือการจัดสัมมนา เช่น การบันทึกภาพ เสียงหรือภาพเคลื่อนไหวในระหว่างที่ท่านเข้าร่วมงานอบรมหรือสัมมนา การรวบรวม จัดทำ เผยแพร่และพัฒนาสื่อองค์ความรู้ การแนะนำให้ผู้เข้าอบรมหรือผู้เข้าร่วมสัมมนารู้จัก การจัดทำบัตรประจำตัวหรือป้ายชื่อสำหรับการเข้าร่วมอบรมหรือสัมมนา การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะวิทยากรหรือล่าม หรือให้แก่ท่าน เป็นต้น
  • ฐานความยินยอม: ในกรณีที่บริษัทฯ มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพ เพื่อการประเมินความสามารถในการทำงานของท่าน บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้งที่ได้รับจากท่าน
(จ) เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมการจัดอบรมหรือสัมมนาของบริษัทฯ
  • ฐานความยินยอม: ในกรณีที่บริษัทฯ มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อการประชาสัมพันธ์กิจกรรมการจัดอบรมหรือสัมมนาใด ๆ ของบริษัทฯ ซึ่งอาจเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้งที่ได้รับจากท่าน
(ฉ) เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อสื่อสารหรือประสานงานกับท่าน
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการติดต่อสื่อสารหรือประสานงานกับท่านเกี่ยวกับการจัดอบรมหรือสัมมนา ตลอดจนการให้บริการต่าง ๆ ของบริษัทฯ
(ช) เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับกิจกรรมการออกกำลังกายหรือกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ
  • ฐานความยินยอม: ในกรณีที่ท่านสมัครเข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายหรือกิจกรรมสันทนาการ บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปและข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว อาทิ ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของท่าน เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์กิจกรรม การจัดทำสื่อต่าง ๆ อันเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสุขภาพและการออกกำลังกาย เพื่อจัดเก็บข้อมูลสุขภาพด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังจากการเข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับปรุงกิจกรรมการออกกำลังกายหรือกิจกรรมสันทนาการ ตลอดจนเพื่อพิจารณาความเหมาะสมและความปลอดภัยก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้งที่ได้รับจากท่าน
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการจัดทำรายงานของบริษัทฯ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการออกกำลังกายหรือกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ ทั้งนี้ ในกรณีที่ท่านเข้าใช้บริการสถานที่ออกกำลังกาย (ฟิตเนส) ของบริษัทฯ บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลของท่านไว้เพื่อเป็นข้อมูลสถิติในการทำรายงานต่าง ๆ (อาทิ รายงานการเข้าใช้บริการฟิตเนส รายงานการใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย) หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการต่าง ๆ ที่จำเป็น หากมีกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้น
  • ฐานสัญญา: ในกรณีที่ท่านยืมใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับการออกกำลังกาย การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการติดตามทวงถามการคืนอุปกรณ์ออกกำลังกายดังกล่าวจากท่าน
(ซ) เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ คำสั่งศาล และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
  • ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย: เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งบังคับใช้กับบริษัทฯ อาทิ กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง กฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว กฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตลอดจนคำสั่งศาล และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
(ฌ) เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ในขั้นตอนต่าง ๆ ตามกฎหมาย เช่น การสอบสวนและหรือการไต่สวนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การเตรียมคดี การดำเนินคดี และหรือการต่อสู้คดีในชั้นศาล เป็นต้น
(ญ) เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของบุคคล และ ทรัพย์สินของบริษัทฯ
  • ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบดูแล ป้องกัน หรือระงับเหตุการณ์ใด ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของบริษัทฯ หรือการใช้ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อป้องกันการสูญหาย หรือเสียหายในทรัพย์สินของบริษัทฯ หรือใช้เพื่อติดตามเอาคืนทรัพย์สิน หรือเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีที่มีการทำให้ทรัพย์สินของบริษัทฯ สูญหาย หรือเสียหาย เป็นต้น
(ฎ) เพื่อการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดใด ๆ ข้างต้น
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ในการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็น และหรือเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น

    ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

(ฏ) เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบ
  • บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์อื่นใดอันเป็นเหตุให้บริษัทฯ ต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ข้างต้น หรือเมื่อบริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เดิมที่กำหนดไว้

    ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

5.2 เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ จะดำเนินการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดตามข้อ 5.1 ข้างต้นในส่วนที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญากับท่าน เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัทฯ อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ (แล้วแต่กรณี) ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน หรือยกเลิกการซื้อขายหรือการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

5.3 ในกรณีที่บริษัทฯ จะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะ และหรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ข้างต้น บริษัทฯ จะจัดให้มีนโยบายหรือประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และหรือมีหนังสือไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยท่านควรอ่านนโยบายหรือประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับประกาศฯ ฉบับนี้ และหรือหนังสือดังกล่าว (แล้วแต่กรณี)

6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดและตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ให้แก่บุคคลและหน่วยงานดังต่อไปนี้

(ก) บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และหรือบุคลากรภายในของบริษัทดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

(ข) คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการ/ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทฯ ในการให้บริการต่าง ๆ เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการห้องพักหรือโรงแรม บริการรถรับส่ง บริการเก็บบันทึกข้อมูล บริการจัดเก็บเอกสาร บริการชำระเงิน บริการรับส่งไปรษณีย์ บริการรับส่งพัสดุ บริการจัดพิมพ์ บริการจัดทำบัตรหรือป้าย หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

(ค) ที่ปรึกษาของบริษัทฯ อาทิ ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด ทั้งภายในและภายนอกของบริษัทฯ เป็นต้น

(ง) ศาลและหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย หรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงแรงงาน กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

(จ) บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ อาทิ การเปิดเผยการประมวลภาพกิจกรรมตามช่องทางสื่อต่าง ๆ ของบริษัทฯ ให้แก่ประชาชนทั่วไป เป็นต้น

6.2 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น จะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่านก่อน

6.3 ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผยและเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานและหน้าที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทฯ จะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยในบางกรณี บริษัทฯ อาจขอความยินยอมของท่านสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว

7. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ๆ โดยระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไปโดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด (ถ้ามี) โดยคำนึงถึงอายุความตามกฎหมายสำหรับการดำเนินคดีที่อาจเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับเอกสารหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมไว้ในแต่ละรายการ และโดยคำนึงถึงแนวปฏิบัติของบริษัทฯ และของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทฯ สิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวหากกฎหมายอนุญาตหรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของบริษัทฯ

หลังจากครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯ จะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จากการจัดเก็บหรือระบบของบริษัทฯ และของบุคคลอื่นซึ่งให้บริการแก่บริษัทฯ (ถ้ามี) หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่บริษัทฯ สามารถเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ต่อไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในข้อ 9 ของประกาศฯ ฉบับนี้

8. สิทธิต่าง ๆ ของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากท่านประสงค์ที่จะขอใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อในข้อ 9 ของประกาศฯ ฉบับนี้

8.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

8.2 สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

8.3 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

8.4 สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัทฯ ลบ ทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

8.5 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

8.6 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

8.7 สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัทฯ อาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฯ ของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ได้

8.8 สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน หากท่านมีความกังวลหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัทฯ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัทฯ โดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ 9 ของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทฯ ได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบและวิธีการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำร้องขอใช้สิทธิของท่านและดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

9. วิธีการติดต่อบริษัทฯ

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศฯ ฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทาง ดังนี้

  • บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด อีเมล: [•] dpo@cpli.co.thสถานที่ติดต่อ: [•] บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เลขที่ 999 หมู่ 5 ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30450เบอร์โทรศัพท์: [•] (+66) 44 007 800
  • เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) อีเมล: [•] dpo@cpli.co.thสถานที่ติดต่อ: [•] บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เลขที่ 999 หมู่ 5 ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30450เบอร์โทรศัพท์: [•] (+66) 44 007 800

10. การเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้

บริษัทฯ อาจทำการเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ที่สำคัญใด ๆ พร้อมกับ ประกาศฯ ฉบับปรับปรุง ผ่านช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้เป็นระยะ ๆ

ให้ประกาศฯ ฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566

เวอร์ชั่น 3.0 (วันที่อัพเดต 1 มีนาคม 2566)

ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด สำหรับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า ผู้มาติดต่อ และผู้เข้าร่วมกิจกรรม CSR

1. บททั่วไป

เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง และให้หมายความรวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ในอนาคต (“กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (“บริษัทฯ”) จึงจัดทำประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า ผู้มาติดต่อ และผู้เข้าร่วมกิจกรรม CSR (“ประกาศฯ”) ฉบับนี้ขึ้น เพื่ออธิบายให้ท่านทราบถึงวิธีการที่บริษัทฯ ปฏิบัติต่อข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของท่าน หรืออาจจะระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) เช่น วิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือ การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าด้วยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม อาทิ การบันทึก การจัดระบบ การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยนหรือการดัดแปลง การเรียกคืน การส่ง โอน การเผยแพร่หรือการทำให้สามารถเข้าถึงหรือพร้อมใช้งานโดยวิธีใด ๆ การจัดเรียง การนำมารวมกัน การจำกัดหรือการห้ามเข้าถึง การลบ หรือการทำลาย (“ประมวลผล”) และเพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์ในการประมวลผล ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจถึงข้อกำหนดต่าง ๆ ภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

2. กลุ่มหรือประเภทของบุคคลที่บริษัทฯ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้ กลุ่มหรือประเภทของบุคคลที่บริษัทฯ ทำการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประกอบด้วย

2.1 คู่ค้า ซึ่งหมายถึง บุคคลธรรมดาที่คาดว่าจะเป็นหรือที่เป็นคู่ค้าของบริษัทฯ ทั้งในกรณีที่บุคคลดังกล่าวได้แสดงเจตนาจะเข้าทำสัญญา หรือที่เข้าเสนอราคาเพื่อขายสินค้าและหรือให้บริการแก่บริษัทฯ หรือที่จะลงทะเบียนหรือได้ลงทะเบียนเป็นคู่ค้าของบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นใดในลักษณะเดียวกัน อาทิ ผู้ขายสินค้า ผู้ให้บริการ ผู้รับเหมา ผู้จัดประชุม สปอนเซอร์ ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น

2.2 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า ซึ่งหมายถึง บุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า หรือที่เป็นตัวแทนหรือบุคลากรของนิติบุคคลที่คาดว่าจะเป็นหรือที่เป็นคู่ค้าของบริษัทฯ เช่น กรรมการ พนักงาน ผู้จัดการ ผู้ประสานงานของบริษัทคู่ค้า และให้หมายความรวมถึงบุคคลธรรมดาที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้อนุมัติใบเสนอราคา พนักงานขาย เป็นต้น

2.3 ผู้มาติดต่อบริษัทฯ ซึ่งหมายถึง บุคคลใด ๆ ที่มาติดต่อบริษัทฯ ผู้มาเยี่ยมชมบริษัทฯ ผู้เยาว์ หรือบุคคลภายนอกอื่นใดที่ต้องการเข้ามาในพื้นที่ของบริษัทฯ

2.4 ผู้เข้าร่วมกิจกรรม CSR ซึ่งหมายถึง บุคคลต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) ผู้เยาว์ และให้หมายรวมถึงผู้ประสานงานด้าน CSR

3. วิธีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3.1 บริษัทฯ เก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

(ก) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ โดยตรง ท่านอาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทฯ โดยตรง เช่น

  • เมื่อท่านติดต่อกับบริษัทฯ ผ่านทางช่องทางการติดต่อต่าง ๆ เช่น ทางโทรศัพท์ อีเมล ทางไปรษณีย์ หรือทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ
  • เมื่อท่านเข้ามาติดต่อ ณ สถานประกอบการของบริษัทฯ
  • เมื่อท่านเข้าเสนอราคาเพื่อขายสินค้าหรือบริการให้แก่บริษัทฯ หรือเมื่อท่านเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ
  • เมื่อท่านส่งมอบเอกสารและสำเนาเอกสารต่าง ๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏอยู่มาให้กับบริษัทฯ
  • เมื่อบริษัทฯ ขอเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการดำเนินกิจกรรมใด ๆ ของบริษัทฯ
  • เมื่อท่านสอบถามข้อมูล ให้ความเห็น หรือคำติชม หรือส่งข้อร้องเรียนต่อบริษัทฯ

(ข) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอัตโนมัติผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน

(ค) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับมาจากแหล่งอื่นหรือบุคคลภายนอก บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากแหล่งอื่นหรือบุคคลภายนอก เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางผู้ติดต่อประสานงานของท่าน หรือบริษัทในกลุ่มหรือบริษัทในเครือของบริษัทฯ ในบางกรณีบริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของท่าน หรือแหล่งข้อมูลทางการค้า เป็นต้น

3.2 ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านจะได้รับการแจ้งถึงรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่ระบุในประกาศฯ ฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

3.3 ในกรณีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิมในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ดี ภายหลังจากที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ หากท่านไม่ประสงค์ให้บริษัทฯ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวและเป็นกรณีที่บริษัทฯ อาศัยฐานความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อขอยกเลิกความยินยอม ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในข้อ 9 ของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำขอยกเลิกความยินยอมของท่านและดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

4. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกเก็บรวบรวมและประมวลผลภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ โดยตรง หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับมาจากบุคคลภายนอก ได้แก่

4.1 ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ เพศ เลขประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง เลขประจำตัวผู้เสียภาษี รูปถ่าย รูปภาพ วิดีโอ สัญชาติ ลายมือชื่อ เลขทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อและสีของรถยนต์ เป็นต้น

4.2 ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่อาศัย ที่อยู่ที่ใช้ติดต่อทางการค้า หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล และไอดีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ (เช่น Line ID, WeChat ID, WhatsApp ID) เป็นต้น

4.3 ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น ชื่อบริษัท หน่วยงานหรือองค์กรที่สังกัด ชื่อตำแหน่งงาน เป็นต้น

4.4 ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการลงทะเบียนเป็นคู่ค้ากับบริษัทฯ หรือในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น รหัสคู่ค้าหรือรหัสผู้ขาย ข้อมูลบัญชีธนาคาร สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร รูปถ่ายขณะปฏิบัติงาน ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาเอกสารการตรวจลงตรา (Visa) สำเนาหนังสืออนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย (Work Permit) สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบอนุญาตขับขี่ สำเนาหนังสือมอบอำนาจ สำเนาหนังสือรับรองบริษัท สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน เช็คและต้นขั้วเช็ค ใบสำคัญจ่าย สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือธุรกิจต่าง ๆ เป็นต้น

4.5 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับศาสนา ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ และหรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลประกาศกำหนด เป็นต้น

4.6 ข้อมูลด้านเทคนิค เช่น ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) และข้อมูลที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน เป็นต้น

4.7 ข้อมูลอื่น ๆ เช่น บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นต้น

5. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

5.1 บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ภายใต้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ (รวมกันเรียกว่า “วัตถุประสงค์ที่กำหนด”)

ลำดับ วัตถุประสงค์ที่กำหนด ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
(ก) เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดซื้อจัดจ้าง การคัดเลือก และการลงทะเบียนเป็นคู่ค้า
  • ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอเข้าเสนอราคา ก่อนเข้าทำสัญญาซื้อขาย สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง สัญญาให้บริการ หรือสัญญาอื่นใด และเพื่อดำเนินการลงทะเบียนเป็นคู่ค้า หรือการดำเนินการอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจ และดำเนินการตามนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทฯ เช่น การตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติของคู่ค้า การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ หรือแหล่งสาธารณะอื่น เป็นต้น
(ข) เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบยืนยันตัวตนของคู่ค้า หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้า หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ในการตรวจสอบยืนยันตัวตนของบุคคลดังกล่าว
  • ฐานความยินยอม: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวที่ปรากฏอยู่บนสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน อาทิ ศาสนาและหรือหมู่โลหิต ในขั้นตอนการตรวจสอบยืนยันตัวตนของคู่ค้า หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า โดยไม่อาจปิดทับ ขีดคาด หรือหลีกเลี่ยงการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวได้ บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากบุคคลดังกล่าว
(ค) เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณาอนุญาตให้ผู้รับเหมาเข้าทำงานในพื้นที่ของบริษัทฯ เพื่อการจัดทำรายงาน หรือเพื่อการตรวจสอบติดตามการเข้าทำงานของผู้รับเหมา
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ในการพิจารณาอนุญาตให้ผู้รับเหมาเข้าทำงานในพื้นที่ของบริษัทฯ เพื่อการจัดทำรายงานการเข้าทำงานของผู้รับเหมา หรือเพื่อการตรวจสอบติดตามการเข้าทำงานของผู้รับเหมา
(ง) เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำสัญญา การปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา และการบริหารจัดการสัญญาระหว่างบริษัทฯ กับคู่สัญญาใด ๆ
  • ฐานสัญญา: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญาเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของคู่สัญญาดังกล่าว ในการเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ และหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาดังกล่าว เช่น การติดต่อขอรับสินค้าและบริการ การออกใบขอซื้อสินค้าและบริการ การทำจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการ
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญา หรือของบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือตัวแทนของคู่สัญญา ในกรณีที่คู่สัญญาเป็นนิติบุคคล เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ในการจัดทำและการบริหารจัดการสัญญาของบริษัทฯ เช่น การตรวจสอบคุณสมบัติของคู่สัญญา การตรวจสอบใบอนุญาตของคู่ค้าหรือบุคลากรของคู่ค้า การใช้ข้อมูลของบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือตัวแทนของคู่ค้าประกอบการทำสัญญา ในกรณีที่คู่ค้าเป็นนิติบุคคล การติดต่อประสานงานกับคู่ค้า ตัวแทน หรือบุคลากรของคู่ค้า เป็นต้น
(จ) เพื่อการดำเนินงานและติดต่อประสานงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) และเพื่อการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานด้าน CSR ของบริษัทฯ
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมกิจกรรม CSR เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) ของบริษัทฯ และเพื่อการติดต่อประสานงานเกี่ยวกับการจัดทำ CSR ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดทำ CSR ดังกล่าวบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้
  • ฐานความยินยอม: ในกรณีที่บริษัทฯ จะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมกิจกรรม CSR เพื่อประกอบการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานด้าน CSR ของบริษัทฯ ทั้งนี้ ไม่ว่าการประชาสัมพันธ์นั้นจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกบริษัทฯ ก็ตาม บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากบุคคลดังกล่าว
(ฉ) เพื่อการดำเนินงานและติดต่อประสานงาน สำหรับผู้มาติดต่อบริษัทฯ เพื่อการเยี่ยมชม และเพื่อการประชาสัมพันธ์กิจกรรมด้านการเยี่ยมชมของบริษัทฯ
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าเยี่ยมชม เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อส่งมอบภาพกิจกรรมเยี่ยมชมเป็นของที่ระลึก และเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้
  • ฐานความยินยอม: ในกรณีที่บริษัทฯ จะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าเยี่ยมชม ในการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กรของบริษัทและบริษัทในเครือของบริษัทฯ ทั้งนี้ ไม่ว่าการประชาสัมพันธ์นั้นจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกบริษัทฯ ก็ตาม บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากบุคคลดังกล่าว
(ช) เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ คำสั่งศาล และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งบังคับใช้กับบริษัทฯ อาทิ กฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อการดำเนินการเกี่ยวกับการขอใบอนุญาต และหรือการจัดทำเอกสารต่าง ๆ เพื่อใช้ยื่นต่อหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและบังคับใช้กับบริษัทฯ หรือเพื่อการปฏิบัติตามคำสั่งศาล หรือคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
(ซ) เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ในขั้นตอนต่าง ๆ ตามกฎหมาย เช่น การสอบสวนและหรือการไต่สวนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การเตรียมคดี การดำเนินคดี และหรือการต่อสู้คดีในชั้นศาล เป็นต้น
(ฌ) เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของบุคคล และทรัพย์สินของบริษัทฯ
  • ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ ดูแล ป้องกัน หรือระงับเหตุการณ์ใด ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของบริษัทฯ เช่น การบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มาติดต่อบริษัทฯ เพื่อการอนุญาตให้เข้าพื้นที่ของบริษัทฯ หรือการใช้ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อป้องกันการสูญหาย หรือเสียหายในทรัพย์สินของบริษัทฯ หรือใช้เพื่อติดตามเอาคืนทรัพย์สิน หรือเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีที่มีการทำให้ทรัพย์สินของบริษัทฯ สูญหาย หรือเสียหาย เป็นต้น
(ญ) เพื่อการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น
  • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ในการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็น และหรือเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น

    ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

(ฎ) เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบ
  • บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์อื่นใดอันเป็นเหตุให้บริษัทฯ ต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ข้างต้น หรือเมื่อบริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เดิมที่กำหนดไว้

    ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

5.2 เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ จะดำเนินการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดตามข้อ 5.1 ข้างต้นในส่วนที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญากับท่าน เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัทฯ อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ (แล้วแต่กรณี) ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน หรือยกเลิกการซื้อขายสินค้าหรือการให้/การรับบริการที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

5.3 ในกรณีที่บริษัทฯ จะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะ และหรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น บริษัทฯ จะจัดให้มีนโยบายหรือประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และหรือมีหนังสือไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยท่านควรอ่านนโยบายหรือประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับประกาศฯ ฉบับนี้ และหรือหนังสือดังกล่าว (แล้วแต่กรณี)

6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดและตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ให้แก่บุคคลและหน่วยงานดังต่อไปนี้

(ก) บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และหรือบุคลากรภายในของบริษัทดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

(ข) คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการ/ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทฯ ในการให้บริการต่าง ๆ เช่น บริการรักษาความปลอดภัย บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการบันทึกข้อมูล บริการจัดเก็บเอกสาร บริการชำระเงิน บริการรับส่งไปรษณีย์ บริการรับส่งพัสดุ บริการจัดพิมพ์ หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

(ค) ที่ปรึกษาของบริษัทฯ อาทิ ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด ทั้งภายในและภายนอกของบริษัทฯ เป็นต้น

(ง) ศาลและหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย หรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นต้น

(จ) บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ

6.2 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น จะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่านก่อน

6.3 ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผยและเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานและหน้าที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทฯ จะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยในบางกรณี บริษัทฯ อาจขอความยินยอมของท่านสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว

7. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ๆ โดยระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไปโดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด (ถ้ามี) โดยคำนึงถึงอายุความตามกฎหมายสำหรับการดำเนินคดีที่อาจเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับเอกสารหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมไว้ในแต่ละรายการ และโดยคำนึงถึงแนวปฏิบัติของบริษัทฯ และของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทฯ สิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวหากกฎหมายอนุญาตหรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของบริษัทฯ

หลังจากครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯ จะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จากการจัดเก็บหรือระบบของบริษัทฯ และของบุคคลอื่นซึ่งให้บริการแก่บริษัทฯ (ถ้ามี) หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่บริษัทฯ สามารถเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ต่อไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในข้อ 9 ของประกาศฯ ฉบับนี้

8. สิทธิต่าง ๆ ของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากท่านประสงค์ที่จะขอใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุในข้อ 9 ของประกาศฯ ฉบับนี้

8.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

8.2 สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

8.3 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

8.4 สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัทฯ ลบ ทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

8.5 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

8.6 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

8.7 สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัทฯ อาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฯ ของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ได้

8.8 สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน หากท่านมีความกังวลหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัทฯ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัทฯ โดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ 9 ของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทฯ ได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบและวิธีการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำร้องขอใช้สิทธิของท่านและดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

9. วิธีการติดต่อบริษัทฯ

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศฯ ฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทาง ดังนี้

  • บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด อีเมล: [•] dpo@cpli.co.thสถานที่ติดต่อ: [•] บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เลขที่ 999 หมู่ 5 ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30450เบอร์โทรศัพท์: [•] 044-007-800
  • เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) อีเมล: [•] dpo@cpli.co.thสถานที่ติดต่อ: [•] บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เลขที่ 999 หมู่ 5 ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30450เบอร์โทรศัพท์: [•] 044-007-800 ต่อ 8910

10. การเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้

บริษัทฯ อาจทำการเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ที่สำคัญใด ๆ พร้อมกับประกาศฯ ฉบับปรับปรุง ผ่านช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้เป็นระยะ ๆ

ให้ประกาศฯ ฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565

เวอร์ชั่น 2.0 (วันที่อัพเดต 1 พฤษภาคม 2565)

CP Leadership Institute

สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์

ที่อยู่:

บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด

999 หมู่ 5 ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30450
เบอร์ติดต่อ: 044-007-800
อีเมล: info@cpli.co.th
ติดตามเรา

แนะนำสำหรับคุณ

  • เกี่ยวกับเรา
  • หลักสูตร
  • อาคารสถานที่
  • ข่าวสารและกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • การร้องเรียนและแจ้งเบาะแส

สำหรับพนักงานเครือซีพี

  • CPLI Learning Space
  • พอใจวันเดียว
  • CPG Connect
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2569 บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • นโยบายคุกกี้
  • แผนผังเว็บไซต์